วันอังคารที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2560

Feel good pattaya Thailand...

5 โรงแรมวิวสวยติดทะเล
       ชลบุรี-พัทยา เที่ยวใกล้ๆ ก็ฟีลกู๊ดได้! โรงแรมสุดหรูติดทะเลของศรีราชา มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ Balcony คือเน้นความเรียบหรู แต่เต็มไปด้วยรายละเอียดในเรื่องของการออกแบบและความสวยงามของวัสดุ เป็นสไตล์มินิมอลผสมกับแนวญี่ปุ่นหน่อยๆ อีกทั้งวิวของที่พักยังสวยและโรอมนติกอีกด้วย ศรีราชาเป็นทะเลไม่มีหาดและเป็นทะเลสำหรับทำประมงพื้นบ้าน จึงไม่เหมาะแก่การลงเล่นน้ำ แต่ทางโรงแรมมีสระว่ายน้ำเกลือธรรมชาติติดริมทะเล เอาไว้ให้เราได้สัมผัสกับบรรยากาศริมทะเลที่ยังคงวิถีชีวิตที่ยังเป็นธรรมชาติ และบรรยากาศในช่วงพระอาทิตย์ตกที่แสนโรแมนติก ห้องพักของที่นี่มีกว่า 234 ห้อง แบ่งเป็น 2 แบบหลัก คือ ห้องพักแบบ 1 ห้องนอน และ 2 ห้องนอน อาหารที่บริการก็มีทั้ง ไทย ญี่ปุ่น และนานาชาติ อีกทั้งสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น บ่อแช่น้ำร้อนแยกชายหญิง (Ofuro), ห้องประชุม, fitness, Family Club, สนามเด็กเล่น 2. U Pattaya Hotel (ยู พัทยา)

 
         พัทยา ตั้งอยู่ที่หาดจอมเทียน – บางเสร่ ซึ่งเป็นทะเลที่เรียกว่าสวย น้ำทะเลใส และสงบที่สุด คอนเซปท์การตกแต่งที่พักแห่งนี้นั้นเป็นแนว “หมู่บ้านชาวประมง” โดยใช้วัสดุที่ใกล้ชิดกับธรรมชาติอย่างไม้ และไม้ไผ่ ทำให้ดูโปร่งโล่งสบายตากับผู้มาเข้าพัก บรรยากาศโดยรอบนั้นล้อมด้วยสวนและต้นไม้สวยร่มรื่น มีสระว่ายน้ำส่วนตัวติดริมทะเล นอกจากนี้ ยังมีห้องอาหารอาหารฝรั่งเศสสไตล์บิสโทร ริมทะเลและบาร์บนชั้นดาดฟ้าชมวิวทะเล บรรยากาศสุดโรแมนติก 3. Cape Dara Resort (เคป ดารา รีสอร์ท)

 
       เคป ดารา รีสอร์ท สร้างขึ้นในปี 2012 นับว่าเป็นตัวเลือกชั้นยอดสำหรับนักท่องเที่ยว โรงแรม 5 ดาว โดยตั้งอยู่บนทำเลที่ดีเยี่ยมห่างจากตัวเมืองเพียง 0.5 km ทำให้คุณเข้าถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมที่สุดของเมืองได้ง่ายขึ้น ที่พักให้บรรยากาศที่ทำให้ผู้เข้าพักรู้สึกผ่อนคลายแล้ว ที่เคป ดารา รีสอร์ท ยังมีบริการ และสิ่งอำนวยความสะดวกชั้นยอด ที่ถูกการันตีด้วย มาตรฐานของโรงแรมระดับ 5 ดาว ทำให้ท่านสามารถวางใจได้ว่าการพักผ่อนของท่านที่ครั้งนี้จะพิเศษกว่าครั้งใดๆ 4. Veranda Resort Pattaya (วีรันดา รีสอร์ท พัทยา)

 
      วีรันดา รีสอร์ท พัทยา เป็นโรงแรมแบบ Boutique ที่เน้นบรรยากาศพักผ่อนจริงๆ โรงแรมมีขนาดไม่ใหญ่มาก มีความเป็นส่วนตัว ติดชายทะเล บริการและการตกแต่งอยู่ในระดับ 5 ดาวสมกับแบรนด์วีรันดา อีกหนึ่งที่พัก ที่เรียกได้ว่าต้องยกให้ในเรื่องของดีไซน์สระว่ายน้ำที่เก๋เก๋ และสวยงาม มีมุมให้เลือกถ่ายภาพอยู่หลากหลาย ไฮไลท์ของโรงแรมนี้นอกจากจะมีสระว่ายน้ำติดทะเลที่แล้ว ยังมีสะพานเชื่อมที่ตั้งอยู่ด้านบนของตัวโรงแรม คนเข้าพักนิยมถ่ายมุมนั้นกันเยอะสุดๆ ไม่ว่าจะช่วงเช้า หรือเย็นตอนพระอาทิตย์ตก 5. เดอะ มนต์ตรา พัทยา (The Monttra Pattaya)

 
       เดอะ มนต์ตรา พัทยา ตั้งอยู่ที่เขาพระตำหนัก บนชายหาดส่วนตัวที่เงียบสงบ ตัวโรงแรมออกแบบผสมผสานความเป็นไทยและร่วมสมัย หรูหราแต่เรียบง่าย นอกจากห้องพักจะสวยงามน่านอนแล้ว วิวธรรมชาติของที่นี่ก็สวยไม่แพ้ที่ใด มองเห็นวิวทะเลสีฟ้าคราม เรือใบสีขาวลอยอยู่เหนือน้ำ บางครั้งทำให้เรานึกว่า นี่ใช้พัทยาจริงๆ หรือเนี่ย .

เส้นทางแห่งพระโพธิสัตว์ "ลามะปาเดนโดรเจ" จากเด็กชายนั่งสมาธิ สู่ชายหนุ่มผู้ตั้งปาณิธานนำสันติมาสู่โลก







ในบริเวณกลางป่าลึกทางตอนใต้ของประเทศเนปาล ในเขตเมืองปาตันใกล้กับประเทศอินเดีย มีเรื่องราวที่น่าอัศจรรย์ทางพระพุทธศาสนาเกิดขึ้นกลายเป็นเรื่องราวที่ได้รับการกล่าวขวัญและมีการตีแผ่โดยสำนักข่าวสำคัญไปทั่วโลก ลามะหนุ่มได้บำเพ็ญตนโดยลำพังเป็นเวลานาน ความอัศจรรย์ เกิดจากในห้วงเวลาหลายเดือน ขณะบำเพ็ญตนนั้นลามะไม่ได้รับอาหารหรือน้ำแม้แต่น้อย นี่เป็นแนวทางที่เชื่อว่าเป็นการบำเพ็ญทุกรกิริยาเพื่อให้ร่างกายเกิดความบริสุทธิ์และเป็นแนวทางในการบรรลุธรรมอันเป็นแนวทางแห่งการรู้แจ้ง นี่คือเรื่องราวของการดำเนินตามรอยพระพุทธองค์ศาสดาแห่งพระพุทธศาสนา สารคดีชุดนี้นำเสนออีกแง่มุมหนึ่งของความเชื่อและอดทนในการเพียรปฏิบัติ เกิดเป็นพลังเหนือธรรมชาติที่ยากจะหาคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์

หลายคนคงยังจดจำเรื่องราวของเด็กหนุ่มเนปาลคนหนึ่ง ที่อดข้าวอดน้ำเพื่อนั่งบำเพ็ญเพียรสมาธิตลอด โดยไม่ได้ขยับตัวไม่ยอมลุกไปไหน ไม่แม้แต่จะทานอาหาร ดื่มน้ำ หรือขับถ่ายเหมือนคนทั่ว ๆ ไป ซึ่งเรื่องราวของเขากลายเป็นที่สนอกสนใจของคนทั่วโลก ประชาชนจากทั่วสารทิศเดินทางมากราบไหว้ และเชื่อว่าเขาเป็นพระพุทธเจ้ากลับชาติมาเกิด แต่ทางด้านผู้ที่เชื่อในวิทยาศาสตร์ก็กำลังต้องการหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเด็กหนุ่มที่ใคร ๆ ก็เรียกเขาว่า "ลามะปาเดนโดรเจ"

  
หลายคนคงจะอยากรู้ว่า จุดประสงค์ที่แท้จริงของลามะในการปฏิบัติธรรมโดยที่ไม่ทานอาหาร หรือลุกไปไหนนั่นคืออะไร... วันนี้เรามีเรื่องราวของ "ลามะปาเดนโดรเจ" ลามะหนุ่มเนปาลปีนี้ก็เข้าสู่วัย 27 แล้ว ทางเราขอนำเรื่องราวของเขามาเล่าสู่กันฟังให้ได้ทราบ

พี่ชายของลามะปาเดนโดรเจ หรือ รามบาดู บอมดัน ได้เปิดเผยเรื่องราวของลามะให้ฟังว่า... ลามะเกิดเมื่อวันที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2533 เรียนหนังสือแค่ชั้น ป.4 เท่านั้น หลังจากนั้นก็หันมาเรียนสายธรรมะแทน มีนิสัยชอบเก็บตัวเงียบอยู่คนเดียว ไม่ทานเนื้อสัตว์ตั้งแต่เด็ก พูดน้อย และชอบนั่งสมาธิ ซึ่งตอนเด็ก ๆ ลามะชอบเดินออกไปไกล ๆ แต่ไม่ได้ออกไปเล่นเหมือนคนอื่น ๆ มักจะพบลามะที่ใต้ต้นโพธิ์เสมอ ย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่ปีที่แล้ว มีอยู่วันหนึ่งเขาหายไปตัวตั้งแต่เช้า ก่อนออกจากบ้านลามะก็ได้บอกกับแม่ว่า ให้เลิกเลี้ยงสัตว์ และปล่อยพวกมันให้เป็นอิสระเสีย จากนั้นวันนั้นทั้งวันก็ไม่ได้เห็นลามะอีกเลย เมื่อตนเดินไปหายังต้นโพธิ์ที่ลามะมักจะนั่งสมาธิอยู่บ่อย ๆ ก็ไม่พบ จนกระทั่งมีคนมาบอกว่าเห็นลามะอาบน้ำอยู่ที่ลำธาร เมื่อไปถึงลามะก็ไม่ยอมกลับบ้านบอกว่า ตนแค่อยากมาอาบน้ำคนเดียว และขอนั่งสมาธิตรงนี้ถึงสองทุ่มแล้วจะกลับไป โดยให้ตนเอาของที่จำเป็นกลับมาให้ด้วย

  

พี่ชายของลามะ เล่าต่อว่า หลังจากนั้นเขาก็ไม่กลับบ้านอีกเลย เขาบอกว่าไม่อยากลุกไปไหน อยากนั่งสมาธิตรงต้นโพธิ์แห่งนี้เพียงอย่างเดียว ซึ่งการปฏิบัติสมาธิในครั้งนั้น เขานั่งติดต่อกันยาวนานถึง 10 เดือน โดยที่ไม่ลุกไปไหน หรือรับประทานอะไรเลย สร้างความฮือฮาแก่ผู้ที่พบเห็น กลายเป็นเรื่องที่สนอกสนใจของชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก

ข่าวของลามะหนุ่มชาวเนปาลได้เผยแพร่ไปทั่วโลก ทำให้หลายคนได้เดินทางไปยังต้นโพธิ์แห่งนั้นเพื่อพิสูจน์ด้วยตาตนเอง เพราะว่าการปฏิบัติสมาธิเช่นนี้เหมือนกับที่พระพุทธเจ้าได้เคยทำไว้เมื่อกว่า 2,000 ปีก่อน แต่ถึงกระนั้น ก็ยังมีเด็ก ๆ และคนที่ไม่เชื่อคอยยุแหย่ หรือเอาไม้ไปจี้ท่าน แต่ลามะก็นั่งสำรวมนั่งสมาธิอยู่อย่างสงบและการปฏิบัติธรรมของลามะก็ถูกพิสูจน์จากกล้องวิดีโอที่บันทึกภาพไว้ตลอด 24 ชั่วโมง นั่นก็เพียงพอแล้วที่ทำให้เราได้ทราบว่า ลามะตั้งจิตมั่นเพื่อปฏิบัติสมาธิเพียงอย่างเดียว ไม่ได้ลุกหรือขยับไปไหนแม้แต่นิดเดียว นอกจากนี้ยังมีภาพเหตุการณ์ที่เพลิงไฟลุกโชติช่วงไปทั่วอาสนะของลามะ แต่ลามะทำแค่เพียงยืนอยู่เฉย ๆ จากนั้นเพลิงไฟดังกล่าวก็ดับหายไป โดยลามะไม่ได้รับบาดเจ็บใด ๆ หรือลุกเดินออกมาจากอาสนะเลย
 
เมื่อลามะได้ออกเทศนาที่สั่งสมจากการนั่งสมาธิยาวนานกว่า 6 ปี ท่ามกลางความสนใจเป็นอย่างมากของชาวโลก โดยท่านลามะได้กล่าวว่า ....

"ขอนอบน้อมแด่พระอวโลกิเตศวร ขอนอบน้อมแด่พระอริยไมตรี ขอให้ศาสนาทุกศาสนามีเมตตา เราจะแนะนำทางที่บริสุทธิ์ เพื่อสันติภาพแก่ชาวโลก เพื่อผู้มีบุญบารมีในชาติก่อน ซึ่งวันนี้ก็เป็นวันดีที่นั่งสมาธิครบ 6 ปีแล้ว ในยุคแห่งความวุ่นวายและความเปลี่ยนแปลงของโลกนี้ ด้วยอานุภาพของพระอริยไมตรีจะคุ้มครองให้ชาวโลกรอดปลอดภัย ชาวโลกไม่รู้ว่าพระอริยไมตรีเคยเกิดขึ้นมาแล้ว 4 ครั้ง และได้ให้คำสอนไว้กับชาวโลก หลังจากที่ข้าพเจ้านั่งสมาธิผ่านไปได้ 10 เดือนโดยไม่ลุกไปไหน รู้สึกได้ถึงความร้อน ความหนาว ฝนตก ซึ่งร่างกายมีเพียงผ้าบาง ๆ มองไปด้านหลังช้า ๆ ก็เห็นปลวกขึ้นผ้า ไม่ควรแยกชนชั้นวรรณะ เพศ สิทธิของผู้หญิง ผู้ชาย สีผิว เชื้อชาติและศาสนา ไม่ควรดูถูกศาสนาว่า ศาสนาใดสูงหรือต่ำกว่ากัน ไม่ควรลบหลู่ศาสนาต่าง ๆ อย่าแบ่งแยกประเทศ ว่าเป็นศัตรูหรือมิตร อย่าเห็นผิดเป็นชอบ อย่าไปเปรียบเทียบว่าคนนี้ดี คนนี้ไม่ดี อกุศล 10 อย่างและบาปทุกอย่างต้องละเว้น ฝึกให้มีศีล สมาธิ ปัญญา ช่วยเหลือสังคม และอุทิศชีวิตแก่ประเทศชาติ ในโลกนี้ ถ้าผู้ใดปฏิบัติตามศีล 8 ได้ ก็จะเหมือนอยู่ในดินแดนสุขาวดี อยู่ในยุคทอง เพื่อความสุขของชาวโลก ข้าพเจ้าจะอุทิศชีวิต ชีวิตของมนุษย์จะสำคัญเมื่อใช้ชีวิตโดยธรรม ธรรมะก็คือสูญญตา ก็คือพระพุทธเจ้านั่นเอง ความไม่มีตัวตน ความว่างเปล่า การทนต่อความหิวทำได้ยากมาก แต่ข้าพเจ้าก็สามารถข้ามผ่านความหิวนั้นมาได้ จนได้พุทธภาวะ ถ้ามีพุทธภาวะ ก็จะมีความสงบร่มเย็น และเป็นหนทางที่จะหลุดพ้นจากกิเลสได้ ขอให้มีความสุขสมหวังทุกประการเทอญ"

  
อย่างไรก็ตาม รายการโทรทัศน์จากประเทศไทย รายการเรื่องจริงผ่านจอ ได้รับการติดต่อให้ไปเข้าสัมภาษณ์ลามะ หลังจากที่เพียรขอสัมภาษณ์มาหลายครั้ง โดยทางรายการได้ตั้งคำถามไปถามเพื่อไขข้อข้องใจอย่างมากมาย แต่ตำถามก็ถูกตัดให้เหลือเพียง แค่ 2 คำถามเท่านั้น

โดยคำถามแรกถามว่า จุดประสงค์อะไรที่ลามะนั่งสมาธิโดยไม่รับประทานอาหาร และชาวบ้านสามารถปฏิบัติตามได้หรือไม่ ลามะ กล่าวตอบว่า จุดประสงค์ในการนั่งสมาธิครั้งนี้เพื่อประกาศสันติภาพให้กับชาวโลก ที่ตนไม่รับประทานอาหารนั้น เป็นเพราะว่าไม่อยากเบียดเบียนสัตว์ อยากช่วยเหลือสัตว์โลก และอยากเป็นผู้ตรัสรู้สัมมาสัมพุทธเจ้า ส่วนเรื่องที่ตนนั่งสมาธินั้นเป็นเรื่องง่าย ๆ ธรรมดาที่ใครก็สามารถทำได้



คำถามที่สองถามว่า ใครคือครูบาอาจารย์ของท่านลามะ และอยากจะฝากความรู้อะไรหลังนั่งสมาธิครบ 6 ปี และจะเผยแพร่ความรู้เมื่อไร ลามะ กล่าวว่า พระโพธิสัตว์ให้ปัญญา ต่อไปตนจะได้เห็นพระพุทธเจ้าและจะได้ปฏิบัติตามคำสอน ตนไม่รู้ว่านั่งสมาธิไปนานเท่าไร วันเวลาผ่านไปเท่าไรตนไม่รู้เลย เหมือนลืมวันลืมคืน ตนฝึกปฏิบัติสมาธิมายาวนาน มีความรู้ และปัญญามากขึ้น ทั้งนี้เพื่อจะนำความรู้ที่ได้ดังกล่าวไปสู่สันติภาพให้กับชาวโลก ส่วนประสบการณ์ตนได้ความรู้ที่มากขึ้น จากเดิมตนมีจุดมุ่งหมายเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แต่ตอนนี้ตนจะสร้างบุญบารมีเป็นพระโพธิสัตว์ เพื่อจะได้เห็นพระพุทธเจ้า และจะได้นำเอาคำสอนมาสู่ชาวโลก

"อย่าเอาเราไปเทียบกับพระพุทธเจ้า เพราะพระพุทธเจ้าท่านสูงส่งกว่า บริสุทธิ์กว่า"

"เราแค่นั่งสมาธิ"

สองคำข้างต้นนี้ คือคำตอบที่ชัดเจนแล้วว่า ลามะหนุ่มชาวเนปาลเป็นเพียงคนธรรมดา ที่อยากจะแสวงหาความความรู้ สติ และปัญญา ผ่านการนั่งสมาธิ และไม่ได้เทียบตนเองเหมือนศาสดาอย่างที่ใคร ๆ คิด...

ไขความลับของ สโตนเฮนจ์




         สโตนเฮนจ์ ใครเคยไปเที่ยวบ้าง ? ที่เป็นหมู่หินวงกลมแล้วก็มีหินก้อนยักษ์ ๆ พาดเป็นวงอยู่ข้างบน มีพรหมท่านหนึ่งมาบอกว่า เป็นวงกลมของนักบวชโบราณที่ใช้ทำพิธีเพื่อชัยชนะของกษัตริย์ แล้วตัวคนทำพิธีก็คือพรหมที่มาบอกนั่นแหละ เพราะฉะนั้น...ไม่ต้องไปเถียงกับเขา ใครบอกว่าเป็นวงกลมสำหรับเป็นเครื่องหมายของจานบิน ใครบอกว่าเป็นนาฬิกาโบราณ เรารู้ว่าเป็นวงพิธีแล้วกัน เพราะเขาทำพิธีแล้วพลังจะมากเป็นพิเศษ ส่งไปช่วยกษัตริย์และกองทัพให้รบชนะ แสดงว่าไสยศาสตร์นี่เขาเล่นกันมาตั้งแต่โบร่ำโบราณแล้ว"

              พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร. (หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน)วัดท่าขนุน จ.กาญจนบุรี

"การภาวนานี้คือยาแก้กิเลส" (หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน)



หลวงตามหาบัว.jpg

"การภาวนานี้คือยาแก้กิเลส"


" .. เวลามันยุ่งมาก เราจดจ่อทางคำภาวนาของเราให้มาก "เช่นพุทโธ" ใครชอบคำไหนก็ตาม ตามแต่จริตนิสัยชอบ "พุทโธ หรือธัมโม หรือสังโฆ" หรือธรรมบทอื่นใดก็ตาม ขอให้ถูกกับจริต ให้นำมาบริกรรม ให้จิตเกาะอยู่กับคำบริกรรมนั้น

ให้รู้อยู่กับนั้น เช่น "พุทโธ ๆ ก็ให้รู้อยู่กับพุทโธ" สติควบคุมอยู่นี้ มันอยากคิดไปไหน บังคับไว้ไม่ให้คิด คำว่าอยากคิดคือกิเลสละมันลากออกไป ให้อยาก ๆ นี่ละกำลังของกิเลส มันอยากให้คิดนั้นคิดนี้

มันอยากเราก็ไม่ออกไป "เราบังคับไว้ไม่ยอมให้มันออก นี่เรียกว่าบังคับกัน" ในเบื้องต้นเป็นอย่างนั้น บังคับไม่หยุด เอ้าทางนั้นอยากมาก ทางนี้ตั้งใจบังคับมากเข้า "สักเดี๋ยวสู้ทางธรรมไม่ได้ แล้วค่อยสงบเข้ามา" สงบเข้ามาแล้วแน่วนิ่งนะ สงบแน่ว "ความคิดความปรุงที่เป็นเรื่องของกิเลสสงบตัวไปด้วยอำนาจของการภาวนา"

"นี้แหละที่เรียกว่าน้ำดับไฟ" คือจิตฟุ้งซ่านรำคาญ ผสมกับกองทุกข์ไปในขณะเดียวกัน "เราภาวนาบีบบังคับ พอจิตสงบมันก็เป็นน้ำดับไฟ ใจสบาย โล่ง" พากันจำทุกคน .. "

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

วันจันทร์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

ตื่นตาฟ้าจรดทราย ขบวนคาราวานอูฐ ในทะเลทรายใหญ่อันดับสามจีน

(ชม) สงบงาม และตื่นตาฟ้าจรดทราย ขบวนคาราวานอูฐ ในทะเลทรายใหญ่อันดับสามจีน
ขบวนคาราวานกับความสงบและน่าตื่นใจ ของทะเลทรายปาตาน จี่หลิน ทะเลทรายที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสามของจีน (ภาพจั่ว จูหลิน / สมาชิกสมาคมช่างภาพจีน)
        

        ไชน่าเดลี่ (20 เม.ย.) เผยภาพถ่ายขบวนคาราวานอูฐ เดินบนสันทราย เนินสูงที่ดูคล้ายมังกร สงบนิ่งและน่าตื่นตา ในทะเลทรายใหญ่อันดับสามจีน

     
       ภาพถ่ายชุดนี้ เป็นผลงานของ จั่ว จูหลิน สมาชิกสมาคมช่างภาพจีน ผู้มีความสามารถในการถ่ายทอดทั้งความสงบและความน่าตื่นใจของทะเลทรายปาตาน จี่หลิน ทางตอนเหนือของจีน คาบเกี่ยวเขตปกครองตนเองมองโกเลียใน มณฑลกานซู่ และมณฑลหนิงเซี่ย ครอบคลุมพื้นที่กว่า 49,000 ตารางกิโลเมตร เป็นทะเลทรายที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสามของจีน 
(ชม) สงบงาม และตื่นตาฟ้าจรดทราย ขบวนคาราวานอูฐ ในทะเลทรายใหญ่อันดับสามจีน
        
(ชม) สงบงาม และตื่นตาฟ้าจรดทราย ขบวนคาราวานอูฐ ในทะเลทรายใหญ่อันดับสามจีน
        
(ชม) สงบงาม และตื่นตาฟ้าจรดทราย ขบวนคาราวานอูฐ ในทะเลทรายใหญ่อันดับสามจีน
        
(ชม) สงบงาม และตื่นตาฟ้าจรดทราย ขบวนคาราวานอูฐ ในทะเลทรายใหญ่อันดับสามจีน
        
(ชม) สงบงาม และตื่นตาฟ้าจรดทราย ขบวนคาราวานอูฐ ในทะเลทรายใหญ่อันดับสามจีน
        
(ชม) สงบงาม และตื่นตาฟ้าจรดทราย ขบวนคาราวานอูฐ ในทะเลทรายใหญ่อันดับสามจีน
        
(ชม) สงบงาม และตื่นตาฟ้าจรดทราย ขบวนคาราวานอูฐ ในทะเลทรายใหญ่อันดับสามจีน
        
(ชม) สงบงาม และตื่นตาฟ้าจรดทราย ขบวนคาราวานอูฐ ในทะเลทรายใหญ่อันดับสามจีน
        
(ชม) สงบงาม และตื่นตาฟ้าจรดทราย ขบวนคาราวานอูฐ ในทะเลทรายใหญ่อันดับสามจีน
        
(ชม) สงบงาม และตื่นตาฟ้าจรดทราย ขบวนคาราวานอูฐ ในทะเลทรายใหญ่อันดับสามจีน
        
(ชม) สงบงาม และตื่นตาฟ้าจรดทราย ขบวนคาราวานอูฐ ในทะเลทรายใหญ่อันดับสามจีน
        
(ชม) สงบงาม และตื่นตาฟ้าจรดทราย ขบวนคาราวานอูฐ ในทะเลทรายใหญ่อันดับสามจีน
        
(ชม) สงบงาม และตื่นตาฟ้าจรดทราย ขบวนคาราวานอูฐ ในทะเลทรายใหญ่อันดับสามจีน
        
(ชม) สงบงาม และตื่นตาฟ้าจรดทราย ขบวนคาราวานอูฐ ในทะเลทรายใหญ่อันดับสามจีน
        
(ชม) สงบงาม และตื่นตาฟ้าจรดทราย ขบวนคาราวานอูฐ ในทะเลทรายใหญ่อันดับสามจีน