วันพฤหัสบดีที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

20 ที่เที่ยวหน้าหนาว ที่หนุ่มสาวเว้าวอนอยากไป




แนะนำที่เที่ยวหน้าหนาว ที่หนุ่มสาวเว้าวอนอยากไป

      เตือนตุลาฯ พ้นผ่าน เป็นสัญญาณเตือนแห่งลมหนาว ที่กำลังเคลื่อนตัวมา หลายพื้นที่ในประเทศไทยอากาศก็เริ่มหนาวกันแล้ว ไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือ ภาคอีสานตอนบน หรือแถบเทือกเขาสูงของผืนป่าตะวันตก ทัศนียภาพและธรรมชาติต่างเพียบพร้อมรอให้ทุกท่านไปชมความงามของพวกเขาแล้ว ชื่นชมเพียงอย่างเดียวนะครับ อย่าทำลาย ที่สำคัญต้องรักษากฎของสถานที่ด้วย ความสวยงามของธรรมชาติจะได้คงอยู่ให้เราดูไปอีกนาน …

 

1. ดอยแม่สลอง

 

ดอยแม่สลอง อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ดินแดนแห่งไร่ชา แถมยังอบอวลไปด้วยวัฒนธรรมชาวจีน ไม่ว่าจะการแต่งกาย หรือ อาหารการกิน ซึ่งโดยเฉพาะอาหารนั้น จะเป็นที่ขึ้นชื่อลือชาเป็นอย่างยิ่ง อย่างเช่น ขาหมูยูนาน ที่เสิร์ฟมาในจานใหญ่ และต้องกินเคียงคู่กับหมั่นโถเท่านั้น ถึงจะเรียกว่าต้นตำหรับ อีกสิ่งที่พลาดไม่ได้คือ การลิ้มลองชาพันธุ์แท้ ตลอดจนชมวิธีการชงชาแบบต้นตำหรับชาวจีนฮ่อ ซึ่งการเดินทางก็มาได้สะดวก หากมีโอกาสช่วงปลายปีนี้ ลองแวะไปสัมผัสบรรยากาศที่หนาวเย็น ชมวิวสวย ๆ พร้อมจิบชาอุ่น ๆ บนถนนพญาเสือโคร่งกันดู

 

2. กิ่วแม่ปาน ดอยอินทนนท์

 

เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน มีระยะทางการเดิน 3 กิโลเมตร มีทั้งเดินในป่าและสันดอย ทางเดินจะวนเป็นวงกลม เสียค่าเข้าคิดเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 200 บาท ระหว่างการเดินจะมีพี่ไกด์ท้องถิ่นคอยนำทางพร้อมให้ข้อมูลตลอดทาง ทางเดินในกิ่วแม่ปานเดินง่าย มีทางลาดชันบ้างเล็กน้อย ถือว่าเหมาะกับมือใหม่ ตลอดเส้นทางคุณจะได้สัมผัสกับป่าดิบชื้นมีมอส และเฟิร์นขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น ป่าดิบเขา เหล่าต้นไม้สูงใหญ่ แข่งกับความสูงชันของพื้นดิน แถมอากาศที่นี่ยังหนาวและบริสุทธิ์ เพราะมีแหล่งกำเนิดโอโซนรายล้อมเต็มไปหมด

 

3. ดอยเสมอดาว

 

ดอยเสมอดาว เป็นสถานที่ท่องเที่ยวกางเต็นท์พักแรมยอดฮิตอีกแห่งหนึ่งในอุทยานแห่งชาติศรีน่าน อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน เนื่องจากเป็นบริเวณจุดชมวิวอีกที่มีพื้นที่เป็นลานกว้างตามสันเขา เหมาะสำหรับการพักผ่อน นอนดูดาวยามอาทิตย์อัสดง และชมทะเลหมอกพร้อมตะวันโด่งในยามเช้า อากาศบนดอยเสมอดาว ในช่วงบ่ายค่อนข้างร้อน แต่ทันทีที่ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีส้มปนเหลืองทอง อุณหภูมิรอบตัวก็กลับลดลงอย่างรวดเร็ว เหลืองเพียงสายลมเย็น ๆ พัดผ่านผิวกายให้กลุ่มนักเดินทางต้องเป่าปากกันเป็นแถว

 

4. ลานหินปุ่ม ภูหินร่องกล้า

 

ลานหินปุ่ม อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จ.พิษณุโลก มีทั้งสถานที่ประวัติศาสตร์อย่างพิพิธภัณฑ์การสู้รบ โรงเรียนการเมืองการทหาร กังหันน้ำ สำนักอำนาจรัฐ โรงพยาบาลรัฐ ลานอเนกประสงค์ สุสาน ที่หลบภัยทางอากาศ หมู่บ้านมวลชน และมีสถานที่ท่องเที่ยวที่โดดเด่นอย่าง ลานหินปุ่ม และผาชูธง เป็นจุดดึงดูดที่สำคัญ โดยเฉพาะลานหินปุ่ม มีลักษณะเป็นลานหินซึ่งมีหินผุดขึ้นมาเป็นปุ่มเป็นปม ขนาดไล่เลี่ยกัน คาดว่าเกิดจากการสึกกร่อนตามธรรมชาติของหิน ในอดีตบริเวณนี้ใช้เป็นที่พักฟื้นคนไข้ของโรงพยาบาล เนื่องจากอยู่บนหน้าผา มีลมพัดเย็นสบาย

 

5. ดอยเมี่ยง

 

ดอยเมี่ยง สวรรค์เมืองหมอกป้ายแดงแห่ง อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ที่ปักหมุดอยู่สูงประมาณ 1,600 เมตร ในพื้นที่ป่าดิบชื้นและภูเขาสูงชันสลับซับซ้อน เต็มไปด้วยพันธุ์ไม้หลายชนิด เช่น ต้นสน ต้นพญาเสือโคร่ง ต้นมะค่า ความสุขคือการไปสัมผัสธรรมชาติ ณ จุดชมวิวที่สามารถมองเห็นทัศนียภาพทิวทัศน์ของเมืองปายได้อย่างสวยงาม แบบสุดสายตา 360 องศา ท่ามกลางมวลอากาศหนาวเย็นและมีลมพัดเย็นสบาย

 

6. ภูกระดึง

 

ภูกระดึง แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของจังหวัดเลย แต่ละปีมีนักท่องเที่ยวเข้ามาสัมผัสอากาศที่หนาวเย็นกว่า 100,000 คน ไฮไลท์สำคัญในหน้าหนาวคือการเดินเข้าป่าไปชมความงามของพืชพรรณนานาชนิด โดยเฉพาะใบเมเปิ้ลแดงสวยสด การเดินไปชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ผานกแอ่น ชมพระอาทิตย์ตกที่ผาหมากดูก หรือถ้าจะให้ดี ต้องเดินไปชมให้ถึงสุดแผ่นดินด้านทิศตะวันตกอบ่าง “ผาหล่มสัก” แลนด์มาร์กสำคัญของภูกระดึง สถานที่ที่หลายคนขึ้นมาหลายรอบโดยไม่เบื่อ เพราะภูกระดึง สวยงามแตกต่างกันไปในทุกฤดู

 

7. เขาพะเนินทุ่ง

 

เขาพะเนินทุ่ง” อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ยอดเขาสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,207 เมตร ในช่วงเช้าจะมองเห็นกลุ่มควันแห่งความหนาวสีขาวนวลปกคลุมทั่วหุบเขา เมื่อเริ่มจางลงบริเวณเบื้องล่างจะปรากฏภาพป่าดงดิบอันแสนชุกชุม มีเทือกเขาสลับซับซ้อนกว้างไกลสุดตาอยู่ด้านหลังโดยจุดชมทะเลหมอกจะมีอยู่ 2 แห่งคือ จุดชมวิวกิโลเมตรที่30 และ 36 สำหรับช่วงที่ทะเลหมอกถูกยอมรับว่างดงามรวมถึงมีอากาศเย็นสบายที่สุด คือตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน เป็นต้นไป

 

8. ดอยม่อนจอง

 

ดอยม่อนจอง ตั้งอยู่ในเขตลึกของป่าอมก๋อย จ.เชียงใหม่ ทิศตะวันออกจรดเขื่อนภูมิพล ทิศตะวันตกติดกับถนนสายอมก๋อย-บ้านแม่ตื่น ทิศเหนือจรดกับพื้นที่อำเภอดอยเต่า ทิศใต้จรดกับลำห้วยแม่ตื่นที่ไหลลงสู่เขื่อนภูมิพล สูงติดอันดับ 1 ใน 10 ของยอดดอยที่สูงที่สุดในประเทศไทย จุดสูงสุดของ ดอยม่อนจอง เรียกว่า หัวสิงห์ เพราะมีลักษณะคล้ายหัวสิงโต ดอยม่อนจอง เป็นสถานที่ชมพระอาทิตย์ขึ้น พระอาทิตย์ตก ที่สวยงามมากอีกแห่งหนึ่ง แถมยามค่ำคืนยังสามารถนอนคุดคู้นับดาวกันตัวสั่น เพราะอากาศบนนั้นหนาวเอาเรื่องเลยล่ะ

 

9. มอหินขาว

  มอหินขาว ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติภูแลนคา บ้านวังคำแคน ตำบลท่าหินโงม อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ ประกอบด้วยกลุ่มหินทรายสีขาววางเรียงราย จนถูกขนานนามอีกชื่อหนึ่งว่า “สโตนเฮนจ์เมืองไทย” เป็นสวนหินธรรมชาติ ซึ่งเกิดจากการสะสมของตะกอนทรายและดินเหนียวแข็งตัวกลายเป็นหิน ลักษณะของหินกลุ่มต่าง ๆ เกิดจากเคลื่อนไหวของเปลือกโลกบีบอัดจนเกิดการคดโค้ง แตกหัก กัดเซาะทั้งแนวตั้งและแนวนอน สร้างสรรค์เป็นรูปต่าง ๆ ตามจินตนาการของผู้พบเห็น ตอนกลางคืนสามารถนอนดูดาวท่ามกลางอากาศอันหนาวเย็น

 

10. ภูชี้ฟ้า

 

ภูชี้ฟ้า จ.เชียงราย เป็นจุดชมวิวทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองไทย มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,628 เมตร มีลักษณะเป็นยอดเขาที่แหลมชี้ขึ้นไปบนท้องฟ้า ยิ่งตอนที่พระอาทิตย์กำลังขึ้นมาตรงระหว่างปลายยอดเขา จะดูเหมือนเสือคาบแก้วมาก หากรอจนสายหมอกถูกความร้อนระเหยหมดแล้วยังคงมองเห็นสายน้ำโขงไหลคดเคี้ยว ท่ามกลางป่าไม้ของฝั่งลาวที่เขียวสุดสมบูรณ์ ส่วนของหน้าผาเป็นแนวยาวยื่นไปทางฝั่งประเทศลาว ในฤดูหนาวอากาศจะหนาวเย็นจับขั้วหัวใจ

 

11. ห้วยคอกหมู สวนผึ้ง







 จุดชมวิวห้วยคอกหมู สุดเขตแดนตะวันตก ตั้งอยู่ที่ ต.ตะนาวศรี อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี สูงจากระดับน้ำทะเล 800 เมตร เป็นพื้นที่ของฐานปฏิบัติการร้อย ตชด.137 ตั้งอยู่บนภูเขาสูง เป็นพื้นที่ชายแดนติดกับประเทศเมียนมาร์ มีแนวสันปันน้ำเบื้องล่างเป็นเขตแดน บนจุดชมวิวห้วยคอกหมู นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นภูมิประเทศอันสวยงามของเทือกเขาตะนาวศรี เมื่อมองข้ามไปในฝั่งพม่าจะเห็นต้นไม้ใหญ่และป่าดงดิบที่อุดมสมบูรณ์ มีนกนานาชนิดมากมาย ในช่วงฤดูฝนถึงฤดูหนาว จะมีหมอกปกคลุมหนาแน่น ดุจดั่งทะเลหมอก และในวันท้องฟ้าโปร่ง ที่จุดชมวิวห้วยคอกหมูนี้ยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและตก ที่งดงามอีกแห่งหนึ่งของประเทศไทยไม่แพ้ภาคเหนือเลยทีเดียว

 

12. เขาช้างเผือก

 

“เขาช้างเผือก” ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี มีความสูงประมาณ 1,249 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง เป็นเส้นทางเดินป่าที่สวยงาม น่าตื่นตาตื่นใจ เส้นทางเดินไปสู่ยอดเขาช้างเผือกเป็นป่าโปร่งสลับกับทุ่งหญ้า มีจุดไฮไลท์ของการเดินทางอยู่ที่ “สันคมมีด” สันเขาที่สวยงามและน่าหวาดเสียวไปพร้อมกัน เมื่อขึ้นไปถึงยอดเขาจะสามารถมองเห็นวิวได้รอบทิศทาง 360 องศา โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยยกให้ที่แห่งนี้เป็น 1 ใน 10 Dream Destinations ที่นักท่องท่องเที่ยวควรไปเยือนมากที่สุดอีกด้วย

 

13. ภูห้วยอีสัน

 

ภูห้วยอีสัน จุดชมวิวอันสวยงามแห่งอำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย อันซีนกับทะเลหมอกสามฤดูที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกเช้าตรู่ มองเห็นแม่น้ำโขงและภูเขาสลับซับซ้อน เสน่ห์อีกอย่างหนึ่งคือการได้ชมวิถีชีวิตของคนท้องถิ่น สัมผัสวัฒนธรรมจากสองฟากฝั่งที่ดูกลมกลืนกันเสมือนเป็นหนี่งเดียวมาช้านาน

 

14. ดอยหลวงเชียงดาว

 

ดอยหลวงเชียงดาว หรือดอยเชียงดาว มีความสูง 2,225 เมตร เป็นยอดเขาสูงอันดับ 3 ของประเทศไทย ตั้งอยู่ใน อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ หากคุณขึ้นมาถึงยอดดอยหลวงเชียงดาว คุณจะพบกับอีก 2 ดอยอยู่เบื้องหน้า นั่นก็คือ ดอยสามพี่น้อง และดอยพีรามิด เป็นภาพที่งดงามจับตา ราวกับหลุดมาจากสรวงสวรรค์ ดอยเชียงดาวแห่งนี้ นอกจากจะเต็มไปด้วยผืนป่าและแมกไม้นานาพันธุ์แล้ว ยังมียอดเขาเล็กใหญ่โดยรอบปกคลุมด้วยหมอกจาง ๆ ช่างเป็นทิวทัศน์ชวนฝันอย่างแท้จริง พร้อมมีนกหลากหลายชนิดให้ได้ชื่นชม หรือถ้าโชคดีก็อาจได้เจอกับเจ้ากวางผา เจ้ากวางน้อยในป่าใหญ่ คนรักธรรมชาติไม่ควรพลาด คุณจะได้สัมผัสกับสิ่งเหล่านี้อย่างใกล้ชิดแน่นอน

 

15. ปางอุ๋ง

 

    ปางอุ๋ง สถานที่ท่องเที่ยวมาแรง ยอดฮิต ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน จนได้รับขนานนาม ว่าเป็น “สวิตเซอร์แลนด์แห่งเมืองเหนือ” มีลักษณะพื้นที่เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่บนยอดเขาสูง ริมอ่างเก็บน้ำเป็นทิวสนที่ปลูกเรียงราย ปกคลุมร่มรื่นทั่วบริเวณ ถนนทางเข้ามีราชพฤกษ์ต้นใหญ่ ชูช่อดอกสีเหลืองโน้มลงมาต้อนรับผู้มาเยือนตลอดทาง สร้างความสุขให้เราได้ตั้งแต่ก้าวแรกที่มาเยือน ไฮไลท์สำคัญคือการตื่นมาดูพระอาทิตย์ขึ้นตัดกับไอหมอกสวยงามจับตา

 

16. โมโกจู อุทยานแห่งชาติแม่วงก์

 

    ด้วยความสูง 1,964 เมตร จากระดับน้ำทะเล โมโกจู จึงเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดใน อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ จังหวัดกำแพงเพชร อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ 27 กิโลเมตร ต้องเดินเท้าเข้าไป ใช้เวลาไป-กลับ 5 วัน ถือเป็นเส้นทางเดินป่าที่โหดหินที่สุดในประเทศไทย มีหมอกปกคลุมจัดบนยอดเขา โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาว เย็นยะเยือก ควันออกปาก พ่นเล่นกันได้ทั้งวัน มองจากยอดเขาลงไปก็จะเห็นทะเลหมอกแห่งป่าตะวันตกอันกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา และพลาดไม่ได้กับจุดที่นักผจญภัยต้องมาถ่ายเป็นที่ระลึกบนยอดโมโกจู นั่นก็คือ “หินเรือใบ”

 

17. ภูลังกา








  วนอุทยานภูลังกา คือ อีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยว ที่มีชื่อเสียงของอำเภอเชียงคำ และอำเภอปง จังหวัดพะเยา สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 900-1,720 เมตร มีลักษณะเป็นภูเขาสูงชันอยู่ในเทือกเขาสันปันน้ำ วางตัวอยู่ในแนวตะวันออก-ตะวันตก คล้ายแอ่งกระทะ ช่วงเช้ามีโอกาสเห็นทะเลหมอกลอยอยู่ทั่วบริเวณ เป็นภาพงดงามเหนือคำบรรยาย โดยสถานที่ท่องเที่ยวบนภูลังกาที่ไม่ควรพลาด คือ “ภูเทวดา” เป็นยอดดอยที่สูงที่สุดในเทือกเขาสันปันน้ำ ไทย-ลาว เป็นจุดชมทะเลเมฆหมอก ดวงอาทิตย์ขึ้นลงและดอกไม้ป่าอันสวยงาม

 

18. ทุ่งแสลงหลวง

 

   ทุ่งแสลงหลวง มีพื้นที่ 789,000 ไร่ ตั้งอยู่ในท้องที่จังหวัดพิษณุโลก และเพชรบูรณ์ ถือเป็นแหล่งผืนป่าสะวันนาแห่งเดียวของภาคเหนือที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ พร้อมด้วยความแตกต่างแห่งพืชพรรณที่พบเห็นไม่บ่อยนัก เหมาะอย่างมากในการมากางเต๊นท์นอนชมวิวธรรมชาติและอากาศอันหนาวเย็น นอกจากนี้ยังเป็นถิ่นอาศัยของสัตว์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และความหลากหลายทางชีวภาพ โดยมีสภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาน้อยใหญ่สลับซับซ้อน เป็นต้นน้ำลำธารหลายสายที่ไหลลงสู่แม่น้ำน่าน อีกด้วย

 

19. ม่อนทูเล

 

      ม่อนทูเล หรือ ดอยทูเล ยอดเขาที่สูงที่สุดในอำเภอท่าสองยาง จ.ตาก (1,350 เมตร) โดยชาวปกาเกอะญอ เรียกภูเขาแห่งนี้ว่า “ทูเลโค๊ะ” แปลว่า “ภูเขาสีทอง” เนื่องจากในช่วงเดือนพฤศจิกายน – มกราคม ทุ่งหญ้าอันเขียวขจีตามทิวเขา จะเปลี่ยนเป็นสีทองอร่าม งดงามท่ามกลางทะเลหมอกและอากาศอันหนาวเย็น ยามค่ำคืนก้สามารถมองเห็นดวงดาวได้อย่างชัดเจน บอกเลยว่านักท่องเที่ยวขาผจญภัยและคนที่ชอบถ่ายภาพแลนด์สเคป ต้องมาที่นี่สักครั้ง รับรองว่าต้องถูกใจ และจะกลับมาทูเลอีกครั้งโดยไม่ลังเล

 

20. ดอยฟ้าห่มปก

        “อุทยานแห่งชาติดอยฟ้าห่มปก” จ.เชียงใหม่ ภูมิประเทศเป็นภูเขาสลับซับซ้อนของทิวเขาผีปันน้ำ มีความสูง 2,285 เมตร จากระดับน้ำทะเล มีดอยสำคัญได้แก่ ดอยฟ้าห่มปก ดอยปู่หมื่น ดอยแหลม และดอยอ่างขาง สภาพป่าส่วนใหญ่ค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ เชิงเขาเป็นป่าเต็งรังและป่าเบญจพรรณ ริมลำธารเป็นป่าดิบแล้ง ส่วนบนยอดเขาสูงจะเป็นป่าสน เป็นต้นน้ำของแม่น้ำฝาง มีไม้มีค่าทางเศรษฐกิจ เช่น ตะเคียน มะไฟป่า ตะแบก สัก จำปีป่า ฯลฯ รวมทั้งพันธุ์ไม้ที่หายากของไทย เช่น เทียนหาง กุหลาบพันปี เป็นต้น โดยบนจุดชมวิวสามารถมองเห็นทะเลหมอกอันสวยงาม ค่อย ๆ เคลื่อนผ่านทิวเขา

 


วันพุธที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ปลายฝน! กับ 10 ที่เที่ยวประจำเดือนตุลาคม

1. จุดชมวิวเขาแดง อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์

 จุดชมวิวเขาแดง เป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวที่สวยงาม สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของขุนเขาสามร้อยยอดและท้องทะเลอ่าวไทยแบบ 360 องศา ยิ่งถ้าขึ้นไปช่วงเช้าหรือเย็น ๆ จะได้ชมพระอาทิตย์ขึ้นและตก การจะเดินขึ้นไปพิชิต จุดชมวิวเขาแดง ซึ่งมีระยะทางประมาณ 725 เมตร ได้นั้นต้องการศัยความอดทนพอควร อาจจะดูเหมือนไม่ไกลมากนัก แต่ใช้เวลาในการเดินจริง ๆ ประมาณ ครึ่งถึงชั่วโมงเลยทีเดียว เพราะเส้นทางเต็มไปด้วยเนินโขดหินสลับซับซ้อนที่มีความแหลมคม ควรเดินอย่างระมัดระวัง

 

2. ภูกระดึง จ.เลย

 วันที่ 1 ตุลาคม 2558 นี้ ภูกระดึง พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวขาผจญภัยอีกครั้ง เป็นช่วงเวลาปลายฝน เผยให้ได้ยลทะเลหมอกงาม ๆ พร้อมไฮไลท์กับการชมพระอาทิตย์ขึ้นบนจุดที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย ภูกระดึงพร้อมแล้วที่จะต้อนรับนักท่องเที่ยวอีกครั้ง ลองมาสัมผัสสวนหินผางาม หรือคุนหมิงเมืองไทย และน้ำตกอีกหลายแห่ง อีกทั้งอุทยานฯ ยังได้อำนวยความสะดวกให้กับผู้สูงอายุที่ไม่สามารถเดินทางขึ้นบนพื้นที่สูงได้ โดยจะมีจุดถ่ายภาพไว้ด้านล่างบริเวณศูนย์บริการนักท่องเที่ยว

 

3. ม่อนหยุนไหล อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน

 จุดชมวิวแห่งใหม่ของอำเภอปาย กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว อากาศอันเย็นสบายเป็นเสน่ห์ของอำเภอปาย ยังร้องเรียกนักท่องเที่ยวจากทุกทิศให้เดินทางไปสัมผัส ยามเช้ามีทะเลหมอกให้ได้ชมกัน พร้อมชมวิวพร้อมกับป้ายจุดชมวิวหยุนไหล และ 100 สถานที่บอกรัก รวมทั้งศาลาสำหรับนั่งชมวิวยามเช้า ล้วนแล้วแต่อยู่ในภาพถ่ายของนักท่องเที่ยวทุกคนที่ขึ้นมาที่นี่

 

4. ประเพณีอุ้มพระดำน้ำ จ.เพชรบูรณ์

 ชวนทุกท่านไปเที่ยวงานประเพณีอุ้มพระดำน้ำ และเทศกาลอาหารอร่อยจังหวัดเพชรบูรณ์ ประจำปี 2558 โดยงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11 – 15 ตุลาคม 2558 ณ ศาลากลางจังหวัดเพชรบูรณ์หลังเก่า บริเวณหน้าวัดไตรภูมิ วัดโบสถ์ชนะมาร และพุทธอุทยานเพชบุระ ภายในงาน เชิญชมขบวนแห่พระพุทธมหาธรรมราชาทางบกและทางน้ำ พิธีอุ้มพระดำน้ำ การแสดง แสง เสียง การแข่งขันพายเรือทวนน้ำ การประกวดจัดโต๊ะหมู่บูชา และเทศกาลอาหารอร่อยจังหวัดเพชรบูรณ์

 

5. เวโรน่า ทับลาน จ.ปราจีนบุรี

 เดอะ เวโรน่า @ ทับลาน (The Verona @ Tublan) จ.ปราจีนบุรี ดินแดนแห่งความรักท่ามกลางขุนเขา ด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์อิตาเลียน โดย เดอะ เวโรน่า ทับลาน ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก เมืองเวโรน่า (Verona) เมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในแคว้นเวเนโต้ (Veneto) 1 ใน 20 แคว้นของประเทศอิตาลี ถูกสร้างโดยโรมันและเหตุการณ์ต่างๆ ในบทละครเรื่องโรมิโอกับจูเลียตของเช็กเสปียร์ ล้วนเกิดขึ้นในเมืองเวโรน่า จึงเหมาะอย่างยิ่งในการไปเที่ยวกับคนรักและครอบครัว

 

6. เกาะตาชัย จ.พังงา

 เกาะตาชัยจะเปิดให้ท่องเที่ยวแน่นอนในวันที่ 15 ตุลาคม 2558 นี้ “เกาะตาชัย” ธรรมชาติทางทะเลฝั่งอันดามัน อยู่ทางตอนเหนือสุดของ “อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน” จุดดึงดูดนักท่องเที่ยวของ “เกาะตาชัย” คือ หาดทรายขาวเม็ดละเอียด ซึ่งมีความยาวทอดตัวขนานกับผืนน้ำประมาณ 700 เมตร และการเดินท่องป่า สัมผัสชีวิต ปูไก่ ปูน้ำจืด ใครที่ชอบอยู่ใต้น้ำต้องไม่ผิดหวังกับแนวปะการังที่ทอดตัวยาวตลอดหาด เป็นจุดดำน้ำที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งของเมืองไทย

 

7. สวนมิ่งมงคล จ.สระบุรี

 สวนสไตล์ชนบทอังกฤษ มีแนวคิดให้ต้นไม้เติบโตตามธรรมชาติ มีการแต่งแต้มน้อย มีแปลงไม้ดอกพันธุ์ผสมที่ปล่อยให้ขึ้นรวมกันอย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้บรรยากาศโดยรอบเต็มไปด้วยความร่มรื่น ให้สัมผัสถึงกลิ่นอายความคลาสสิกแบบชนบท คนที่รักต้นไม้หากได้มาเที่ยวที่นี่ อาจได้ไอเดียใหม่เพื่อกลับไปจัดสวนที่บ้านก็ได้ นอกจากได้เที่ยวชมสวนสวยแล้ว ที่นี่ยังเป็นแหล่งเรียนรู้วิถีเกษตรยั่งยืน มีแปลงนาสาธิตและนิทรรศการข้าว เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของข้าว มีกิจกรรมให้ทดลองปลูก เก็บเกี่ยวข้าว เพื่อสืบทอดวัฒนธรรมและวิถีการทำนาแบบดั้งเดิมให้คนรุ่นใหม่ได้รู้จัก

 

8. ทุ่งดอกไม้ป่า อุทยานแห่งชาติผาแต้ม จ.อุบลราชธานี

 ช่วงต้นหนาวของทุกปี หลังฝนทิ้งช่วง บริเวณลานหินทรายเหนือน้ำตกสร้อยสวรรค์จะมีดอกไม้ป่าดอกเล็กดอกน้อยที่ซุกซ่อนกายอยู่ใต้ผิวดิน ต่างพร้อมใจกันผลิดอก แตกกลีบ ชูช่อไสว เริงระบำทักทายลมหนาวพราวสะพรั่งเต็มท้องทุ่งดูสวยงามตระการตาไปทั่วบริเวณ ไม่ว่าจะเป็น สร้อยสุวรรณา ดุสิตา (หญ้าข้าวก่ำน้อย) มณีเทวา (กระดุมเงิน) ที่เป็นกลุ่มดอกไม้ที่ขึ้นเป็นหลักในท้องทุ่งแห่งนี้ ส่วนดอกไม้เล็กๆ ที่ขึ้นแซม อย่างสรัสจันทร (หญ้าหนวดเสือ) ทิพเกสร (หญ้าฝอยเล็ก) กระดุมทอง หญ้าข้าวก่ำ จอกบ่วาย ร่วมด้วยดอกไม้ป่าอื่นๆ ที่ขึ้นสอดแซม อย่างเช่น โคลงเคลง ช้างน้าว เอนอ้า หงอนนาค แดงอุบล เอื้องเหลืองพิศมร ฯลฯ นับเป็นทุ่งดอกไม้ป่าบนลานหินที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย โดยจะบานไปจนถึงช่วงเดือน ก.พ. ของทุกฤดูหนาว

 

9. น้ำตกปาโจ จ.นราธิวาส

 น้ำตกปาโจ ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ บูโด – สุไหงปาดี เป็นน้ำตกใหญ่ที่มีน้ำตลอดปี มีความสูงประมาณ 60 เมตร มีสภาพภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน เป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร มีพันธุ์ไม้ที่มีค่านานาชนิด ที่น้ำตกปาโจนี้ มีทางขึ้นไปสู่ต้นน้ำเป็นชั้น ๆ รวม 9 ชั้น นับว่าเป็นน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดและสวยงามแห่งหนึ่งของภาคใต้การเดินทางถึงน้ำตกปาโจ เดินทางโดยรถยนต์เป็นทางลาดยาง ห่างจากตัวเมืองก่อนถึงอำเภอบาเจาะ ประมาณ 28 กิโลเมตร ตามเส้นทางสาย นราธิวาส – ปัตตานี และแยกเข้าน้ำตกประมาณ 2 กิโลเมตร

 

10. หาดทรายแก้ว สัตหีบ จ.ชลบุรี

 หาดทรายแก้ว เป็นหาดที่สวยงาม น้ำใส อยู่ใกล้กรุงเทพฯ โดยอยู่ในความดูแลของหหารเรือ ใกล้กับโรงเรียนชุมพลทหารเรือ ทำให้ชายหาดมีความสะอาดมาก เหมาะสำหรับการมาเที่ยวพักผ่อนกับครอบครัว แถมยังเป็นสถานที่ถ่ายพรีเว้ดดิ้งยอดนิยมอีกด้วย หาดทรายแก้วมีบริการที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป

 

15 ร้านอาหาร ที่มีบรรยากาศและวิวสุดทึ่ง! ต้องไปให้ได้สักครั้ง ( 3 )

         11. Hr Giger Museum Bar, เมือง Gruyères, ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ (Switzerland)

     ตื่นตาตื่นใจกับการทานกาแฟ และอาหาร ท่ามกลางบรรยากาศเหมือนอยู่ในโพรงของเอเลี่ยน!
ที่เต็มไปด้วยกระดูก





                 12. The Rock,  Michamvi Pingue, เกาะแซนซิบาร์, ประเทศแทนซาเนีย 

        ทานอาหารพร้อมดื่มด่ำบรรยากาศของมหาสมุทรอิเดีย บนเกาะเล็กๆ ที่ชื่อ แซนซิบาร์
   อยู่ในเขตเมืองเก่า และเป็นมรดกโลก




                           13. El Diablo, เมืองลันซาโรเต (Lanzarote), ประเทศสเปน (Spain)

    ตั้งอยู่ที่เกาะลันซาโต ของสเปน โดยความพิเศษของที่นี่คือ จะใช้ความร้อนจากพื้นใต้พิภพในการทำอาหาร ซึ่งความร้อนนี้ได้มาจากภูเขาไฟ ภูมิประมาณ 400-500 องศาเซลเซียส


     14. Harry Potter Themed Cafe, เมืองโทรอนโต(Toronto), ประเทศแคนาดา (Canada)

    ชิมกาแฟจากโลกเวทมนต์ ตกแต่งเหมือเราเข้าไปอยู่ที่โลกเวทมนต์ของ แฮร์รี่ พอตเตอร์






15. Culiair, ประเทศเนเธอร์แลนด์ (Netherlands)

 กินอาหารบนบอลลูนแห่งเดียวในโลก



15 ร้านอาหาร ที่มีบรรยากาศและวิวสุดทึ่ง! ต้องไปให้ได้สักครั้ง ( 2 )

               6. The Snowcastle Of Kemi, เมือง Kemi, ประเทศฟินแลนด์ (Finland)

     เป็นโรงแรมที่สร้างด้วยน้ำแข็งและหิมะ มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นคือ สร้างเป็นปราสาท เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากอีกที่หนึ่ง รวมถึงการได้ทานอาหารในถ้ำน้ำแข็ง ให้ความรู้สึกเหมือนเราเป็นเอสกิโมเลยล่ะ


                           7. Ali Barbour’s Cave Restaurant, ประเทศเคนย่า (Kenya)

              ร้านอาหารตั้งอยู่ภายในถ้ำ มีแสงสว่างจากแสงเทียน ความความรู้สึกเหมือนอยู่ใต้มนต์ขลัง





      8. Labassin Waterfall Restaurant, โรงแรม Villa Escudero Resort, ประเทศ Philippines

              ทานข้าวแสนอร่อย ท่ามกลางธรรมชาติและความสดชื่นของน้ำตกที่ไหลลงมา
       เปลี่ยนบรรยากาศการทานข้าวไปอีกแบบ




                    9. The Green Dragon Pub, Hobbiton, ประเทศนิวซีแลนด์ (New Zealand)

   คงถูกใจคอหนัง ลอร์อ ออฟ เดอะ ริง กับการทานอาหารมื้อสุดพิเศษ พร้อมนั่งจิบเบียร์สูตรเด็ดที่มีให้เลือกหลากหลาย ท่ามกลางหมู่บ้านฮอบบิท






10. Sci-fi Dine-in Theater Restaurant, Disney’s Hollywood Studios,
รัฐฟลอลิดา, ประเทศสหรัฐอเมริกาUSA

 ที่นี่เป็นส่วนหนึ่งของสวนสนุก Walt Disney ออกแบบให้เป็นเหมือนโรงละครคลาสสิค กลิ่นอายสไตล์เก่า ยุค 50 ให้บรรยากาศเหมือนเราดูหนังอยู่กลางแจ้ง โดยรอบก็จะมีพนักงานเสิร์ฟใส่รองเท้าสเก็ต(Carhops) เน้นเสริ์ฟอาหารแบบ Drive-in


15 ร้านอาหาร ที่มีบรรยากาศและวิวสุดทึ่ง! ต้องไปให้ได้สักครั้ง - ( 1 )

              1. Ristorante Grotta Palazzese แคว้นปูลยา (Puglia), ประเทศอิตาลี (Italy)
    
     ร้านอาหารที่ได้ขึ้นชื่อว่า วิวสวยที่สุด โรแมนติกที่สุด ตั้งอยู่ทางใต้ของ แคว้นปูลยา ของอิตาลี
ตั้งอยู่ในถ้ำ บนชายหาด Polignano a Mare



             2. Giraffe Manor, เมือง Langata, ประเทศเคนย่า (Kenya)

   Giraffe Manor เป็นโรงแรมสร้างอิฐ สไตล์อังกฤษ ตั้งอยู่ในเมือง Langata ซึ่งความพิเศษของที่นี่ก็คือ เราสามารถทานอาหารและได้ใกล้ชิดกับยีราฟในขณะนั่งทานอาหาร หรือแม้กระทั่งจากห้องนอน





                            3. Ion Luxury Adventure Hotel, ประเทศไอซ์แลนด์ (Iceland) 

ตั้งอยู่บนภูเขา Hengill ห่างจาก Thingvellir National Park ที่ขึ้นทะเบียนยูเนสโก (UNESCO) เพียง18 กิโลเมตร มีห้องอาหารที่ให้บริการอาหารนอร์ดิก และบาร์ที่สามารถชมความงามของแสงเหนือ บรรยากาศสุดพิเศษ

 
     4. Aiguille du Midi – Restaurant 3842, ชาโมนิกซ์ (Chamonix), ประเทศฝรั่งเศส (France)
  ทานอาหารบนยอดเขาสูง กว่า 3,842 เมตร ท่ามกลางบรรยากาศที่ล้อมรอบไปด้วยวิวทิวทัศน์ของภูเขา


                5. Ithaa Undersea Restaurant, เมือง Alif Dhaal Atoll, มัลดีฟส์ (Maldives)
     ทานอาหารใต้ท้องทะเล ดำดิ่งลึกลงไปในมหาสมุทรอิเดียกว่า 5 เมตร ที่ภัตตาคาร Ithaa Undersea ให้บรรยากาศเหมือนเราไปเที่ยวอะควาเรี่ยม เห็นปลาน้อยใหญ๋ สัตว์น้ำชนิดต่างๆ และปะการัง ชมวิวใต้ทะเลได้แบบ 270 องศาเลยทีเดียว อีกทั้งยังเป็นร้านอาหารใต้น้ำที่สวยที่สุดในโลกด้วย


วันอังคารที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2559

เพลง ก็เพราะรัก - ศิรินทรา นิยากร.. นักร้องลูกทุ่งหญิงมหาบัณฑิตคนแรกของไทย..

นักร้องลูกทุ่งหญิงมหาบัณฑิตคนแรกของไทย..

ศิรินทรา นิยากร เกิดเมื่อวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2508  เป็นนักร้องลูกทุ่งหญิง มีผลงานเพลงที่เป็นที่รู้จัก คือ รู้ว่าเขาหลอก และ จะขอก็รีบขอ ..เพลงนี้เป็นอีกบทเพลงหนึ่งซึ่งเธอขับร้องได้ไพเราะมากๆ..

ที่สุดในชีวิต 'ศิรินทรา นิยากร' ขึ้นเวที “ชรินทร์ อิน คอนเสิร์ต ...รวมพลดาราคนดัง สมาคมศิษย์เก่า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์